การออมเงินในยุคปัจจุบันเพียงแค่การฝากเงินไว้ในบัญชีออมทรัพย์ธรรมดาอาจไม่เพียงพอที่จะเอาชนะอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นทุกปี ค่าครองชีพที่สูงขึ้นทำให้มูลค่าของเงินเก็บลดลงอย่างต่อเนื่อง การมองหาเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยให้เงินออมเติบโตได้อย่างมั่นคงและปลอดภัยจึงเป็นสิ่งจำเป็น และ เครื่องมือที่ได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นศึกษาเรื่องการลงทุนก็คือ กองทุนรวม
สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์ การก้าวเข้าสู่โลกของการลงทุนอาจดูเป็นเรื่องยากและน่ากังวลใจ เพราะเต็มไปด้วยคำศัพท์เฉพาะทางและความเสี่ยงรูปแบบต่างๆ บทความนี้จึงตั้งใจรวบรวมข้อมูลพื้นฐานที่เข้าใจง่าย ประเภทของกองทุนที่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น พร้อมแนวทางการเลือกกองทุนรวมที่จะช่วยเปลี่ยนเงินออมของคุณให้กลายเป็นเงินลงทุนที่มีประสิทธิภาพ
ทำความรู้จักกองทุนรวม เครื่องมือทรงพลังของนักออมมือใหม่
กองทุนรวมคือการระดมเงินทุนจากนักลงทุนรายย่อยจำนวนมากมารวมกันเป็นเงินก้อนใหญ่ จากนั้นจะมีบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมหรือที่เรียกกันว่า บลจ. นำเงินก้อนนี้ไปบริหารจัดการและลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ตามนโยบายที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวน โดยมีมืออาชีพที่เรียกว่า ผู้จัดการกองทุน เป็นผู้ดูแลและตัดสินใจลงทุนแทนเรา
ข้อดีที่ทำให้กองทุนรวมตอบโจทย์มือใหม่หัดออมมีอยู่หลายประการด้วยกัน
-
ใช้เงินเริ่มต้นจำนวนน้อย: ในอดีตการลงทุนอาจต้องใช้เงินจำนวนมาก แต่ปัจจุบันกองทุนรวมหลายแห่งเปิดโอกาสให้เริ่มต้นลงทุนได้ด้วยเงินเพียงหลักร้อยหรือหลักพันบาทเท่านั้น ซึ่งเอื้อต่อการสร้างวินัยในการออมอย่างสม่ำเสมอ
-
มีผู้เชี่ยวชาญดูแล: มือใหม่ส่วนใหญ่มักไม่มีเวลาติดตามข่าวสารเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด หรือยังไม่มีความรู้ลึกซึ้งในการวิเคราะห์สินทรัพย์ การมีผู้จัดการกองทุนคอยบริหารจัดการจัดการและปรับพอร์ตการลงทุนให้ตามสถานการณ์จึงช่วยลดความเสี่ยงลงได้มาก
-
การกระจายความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ: เงินลงทุนของเราจะไม่ได้ถูกนำไปซื้อหุ้นหรือตราสารหนี้เพียงตัวใดตัวหนึ่ง แต่จะถูกกระจายไปในสินทรัพย์หลากหลายประเภทตามนโยบายของกองทุน ทำให้เมื่อมีสินทรัพย์ตัวใดตัวหนึ่งราคาลดลง ก็ยังมีสินทรัพย์ตัวอื่นคอยช่วยพยุงพอร์ตไว้
ประเภทกองทุนรวมที่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น
ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อกองทุน สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจก่อนว่ากองทุนรวมมีความเสี่ยงหลายระดับ ตั้งแต่ความเสี่ยงต่ำไปจนถึงความเสี่ยงสูง สำหรับมือใหม่หัดออม ควรเริ่มต้นจากกองทุนที่มีความผันผวนต่ำเพื่อสร้างความคุ้นเคยกับระบบและกลไกตลาดเสียก่อน
กองทุนรวมตลาดเงินและกองทุนรวมตราสารหนี้
นี่คือจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการย้ายเงินจากบัญชีออมทรัพย์มาสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้นเล็กน้อย โดยแลกกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
-
กองทุนรวมตลาดเงิน (Money Market Fund): เน้นลงทุนในเงินฝากและตราสารหนี้ระยะสั้นที่มีอายุไม่เกิน 1 ปี มีสภาพคล่องสูงมาก สามารถขายคืนและได้รับเงินในวันทำการถัดไป ความเสี่ยงต่ำมาก เหมาะสำหรับใช้เป็นที่พักเงินหรือเก็บเงินสำรองฉุกเฉิน
-
กองทุนรวมตราสารหนี้ (Fixed Income Fund): นำเงินไปลงทุนในตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาล หรือหุ้นกู้ภาคเอกชนที่มีความน่าเชื่อถือสูง ให้ผลตอบแทนในรูปแบบของดอกเบี้ย มีความผันผวนต่ำและให้ผลตอบแทนที่สม่ำเสมอกว่าการฝากเงินทั่วไป
กองทุนรวมผสม
เมื่อเริ่มมีความคุ้นเคยและอยากขยับไปหาผลตอบแทนที่สูงขึ้น กองทุนรวมผสมคือขั้นตอนต่อไปที่น่าสนใจ
-
การผสมผสานสินทรัพย์: กองทุนประเภทนี้จะลงทุนทั้งในตราสารหนี้และตราสารทุนหรือหุ้นในสัดส่วนที่แตกต่างกันไปตามนโยบาย มีทั้งแบบที่เน้นความมั่นคงและแบบที่เน้นการเติบโต
-
ทางสายกลางสำหรับมือใหม่: เหมาะสำหรับผู้ที่ยอมรับความเสี่ยงได้ปานกลาง แต่อยากได้โอกาสรับผลตอบแทนที่สูงขึ้นจากตลาดหุ้น โดยที่ไม่ต้องรับความเสี่ยงเต็มร้อยเหมือนการลงทุนในกองทุนหุ้นล้วน
เทคนิคการเลือกกองทุนรวมฉบับเข้าใจง่าย
การเลือกกองทุนรวมให้เหมาะกับตัวเองไม่ได้ดูที่ผลตอบแทนย้อนหลังเพียงอย่างเดียว มือใหม่ควรพิจารณาองค์ประกอบหลักดังต่อไปนี้
-
สำรวจระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้: ก่อนซื้อกองทุนทุกครั้ง ระบบจะบังคับให้ทำแบบประเมินความเสี่ยง เพื่อให้เราทราบว่าตนเองรับความผันผวนได้มากน้อยแค่ไหน อย่าเลือกกองทุนที่มีความเสี่ยงเกินกว่าระดับที่ตัวเองรับได้ เพราะอาจทำให้ตื่นตระหนกและขายขาดทุนในช่วงที่ตลาดปรับฐาน
-
พิจารณาค่าธรรมเนียม: กองทุนรวมทุกกองทุนจะมีค่าธรรมเนียมการจัดการและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เรียกเก็บจากผู้ถือหน่วยลงทุน ควรเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมของกองทุนที่มีนโยบายใกล้เคียงกัน เพราะค่าธรรมเนียมที่ถูกกว่าจะช่วยให้ผลตอบแทนสุทธิของเราสูงขึ้นในระยะยาว
-
ทำความเข้าใจนโยบายการลงทุน: ควรอ่านหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญเพื่อดูว่ากองทุนนั้นนำเงินของเราไปลงทุนในอะไรบ้าง มีนโยบายจ่ายเงินปันผลหรือไม่ และมีเงื่อนไขการซื้อขายอย่างไร
กลยุทธ์ DCA เคล็ดลับความสำเร็จของมือใหม่หัดออม
สำหรับมือใหม่ที่ยังมีเงินก้อนไม่มากและไม่อยากปวดหัวกับการหาจังหวะเวลาในการลงทุน กลยุทธ์การลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน หรือ DCA (Dollar-Cost Averaging) คือคำตอบที่ดีที่สุด
กลยุทธ์นี้คือการกำหนดจำนวนเงินลงทุนเท่าๆ กันในทุกช่วงเวลาที่กำหนด เช่น ลงทุนเดือนละ 1,000 บาททุกวันที่ 5 ของเดือน โดยไม่สนใจว่าราคาหน่วยลงทุนในขณะนั้นจะสูงหรือต่ำ ระบบจะทำการซื้อหน่วยลงทุนให้เราโดยอัตโนมัติ ข้อดีคือในวันที่ราคาแพงเราจะได้จำนวนหน่วยน้อยลง แต่ในวันที่ราคาถูกลงเราจะได้จำนวนหน่วยมากขึ้น เมื่อเวลาผ่านไป ต้นทุนของเรารวมทั้งหมดจะถูกถัวเฉลี่ยให้เป็นไปตามกลไกตลาด ช่วยลดความกดดันทางอารมณ์และสร้างวินัยทางการเงินที่ดีในระยะยาว
บทสรุป
การลงทุนในกองทุนรวมไม่ใช่เรื่องของความร่ำรวยในชั่วข้ามคืน แต่คือการเดินทางระยะยาวที่ต้องอาศัยความสม่ำเสมอและความเข้าใจ สำหรับมือใหม่หัดออม การเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ด้วยเงินจำนวนน้อยในกองทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ แล้วค่อยๆ ขยับขยายเมื่อมีความรู้ความเข้าใจมากขึ้น จะเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายทางการเงินและสร้างความมั่งคั่งได้อย่างยั่งยืนในอนาคต
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1. ซื้อกองทุนรวมแล้วมีโอกาสขาดทุนจนเงินต้นเหลือศูนย์เลยหรือไม่
โอกาสที่เงินต้นจะเหลือศูนย์นั้นยากมาก เนื่องจากกองทุนรวมมีนโยบายกระจายความเสี่ยงไปในสินทรัพย์หลากหลายประเภท ไม่ได้ลงในสินทรัพย์ตัวใดตัวหนึ่งเพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม หากเลือกกองทุนรวมหุ้นที่มีความเสี่ยงสูง ในช่วงที่ตลาดวิกฤต มูลค่าเงินลงทุนก็อาจลดลงได้ชั่วคราว แต่จะค่อยๆ ฟื้นตัวกลับมาเมื่อสภาวะตลาดดีขึ้น
2. กองทุนรวมประเภทสะสมมูลค่ากับประเภทจ่ายเงินปันผล แตกต่างกันอย่างไรและแบบไหนดีกว่าสำหรับมือใหม่
กองทุนประเภทสะสมมูลค่าจะนำผลกำไรที่ได้ไปลงทุนต่อยอดให้อัตโนมัติ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการให้เงินโตเร็วด้วยพลังของดอกเบี้ยทบต้น ส่วนกองทุนประเภทจ่ายเงินปันผลจะนำกำไรออกมาจ่ายให้ผู้ถือหน่วยเป็นระยะ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการกระแสเงินสดมาใช้จ่าย ทั้งนี้สำหรับมือใหม่ที่เน้นการออมระยะยาว รูปแบบสะสมมูลค่ามักจะตอบโจทย์มากกว่า
3. สามารถซื้อขายกองทุนรวมในวันหยุดเสาร์และอาทิตย์ได้หรือไม่
เราสามารถส่งคำสั่งซื้อหรือขายผ่านแอปพลิเคชันในวันหยุดได้ แต่ระบบจะไม่ประมวลผลในทันที คำสั่งดังกล่าวจะถูกรวบรวมและนำไปดำเนินการจริงในวันทำการถัดไป (วันจันทร์ถึงวันศุกร์ที่ไม่ใช่วันหยุดนักขัตฤกษ์) โดยใช้ราคาหน่วยลงทุนของวันทำการนั้นๆ
4. หากสภาวะเศรษฐกิจย่ำแย่และตลาดหุ้นตกหนัก ควรหยุดทำ DCA กองทุนรวมทันทีเลยไหม
ไม่ควรหยุด เนื่องจากหัวใจสำคัญของ DCA คือการสะสมหน่วยลงทุนเพิ่มขึ้นในราคาที่ถูกลงในช่วงที่ตลาดขาลง เมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัวและตลาดกลับเป็นขาขึ้น หน่วยลงทุนจำนวนมากที่เราสะสมไว้ในราคาต่ำจะช่วยสร้างผลกำไรให้อย่างก้าวกระโดด การหยุด DCA ช่วงตลาดตกจะทำให้เราเสียโอกาสในการซื้อของถูกไปอย่างน่าเสียดาย
5. เงินปันผลที่ได้รับจากกองทุนรวมต้องนำไปเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอย่างไร
เงินปันผลจากกองทุนรวมจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 10 เปอร์เซ็นต์ โดยเมื่อถึงปลายปีผู้ลงทุนมีสิทธิเลือกได้ว่าจะนำรายได้จากเงินปันผลนี้ไปรวมคำนวณเป็นรายได้เพื่อเสียภาษีประจำปี หรือจะเลือกจ่ายจบที่ 10 เปอร์เซ็นต์นั้นเลยก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าฐานภาษีปกติของเราสูงหรือต่ำกว่า 10 เปอร์เซ็นต์
6. บลจ. ที่บริหารกองทุนรวมมีโอกาสปิดตัวหรือโกงเงินนักลงทุนไปได้หรือไม่
โอกาสเกิดขึ้นได้ยากมาก เนื่องจากโครงสร้างการกำกับดูแลมีการแยกทรัพย์สินของกองทุนรวมออกจากทรัพย์สินของ บลจ. อย่างเด็ดขาด และมี ผู้ดูแลผลประโยชน์ ซึ่งเป็นสถาบันการเงินภายนอกคอยตรวจสอบการทำงาน หาก บลจ. ปิดตัวลง ทรัพย์สินของกองทุนก็ยังคงอยู่และจะถูกโอนย้ายไปให้ บลจ. อื่นดูแลต่อตามกฎหมาย
7. จะรู้ได้อย่างไรว่าเงินออมของเราเติบโตขึ้นเท่าไหร่หลังจากซื้อกองทุนไปแล้ว
เราสามารถตรวจสอบได้ง่ายๆ ผ่านแอปพลิเคชันของธนาคารหรือ บลจ. ที่เราใช้บริการ โดยระบบจะแสดง มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ หรือ NAV ของกองทุนรวมปัจจุบัน เปรียบเทียบกับราคาต้นทุนที่เราซื้อไป ซึ่งจะแสดงผลกำไรหรือขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงให้เห็นแบบวันต่อวัน

